[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนบัวใหญ่พิทยาคม
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 39 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


แปลภาษาจาก google
ป้อนข้อความ :

พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google


  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
รูปถ่ายติดวิญญาณ  VIEW : 23    
โดย อังคนา

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 5
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 100%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 27.145.88.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 2 เดือน มีนาคม พ.ศ.2564 เวลา 17:55:38    ปักหมุดและแบ่งปัน

เรื่องหลอนประสบการณ์จริง รูปถ่ายติดวิญญาณ


เรื่องนี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณต่อ และเหล่าเพื่อนๆของเขา เป็นเรื่องของความเชื่อที่พวกเรา คงเคยได้ยินมานานแล้ว ว่าหากเราก้มมองลอดหว่างขา ของตัวเอง ก็จะสามารถเห็นผี หรือ เห็นวิญญาณ ที่อยู่อีกภพภูมิ แถวนั้นได้


คุณต่อได้เล่าว่า.. ในช่วงนั้นผมเรียนมหาวิทยาลัย ปี 2 นิเทศศิลป์ และได้เป็นเทอมที่มีการเรียนถ่ายภาพ สมัยนั้นก็ยังคงเป็นกล้องฟิล์มอยู่ ซึ่งก็จะมีโปรเจคจะต้องไปถ่ายรูปตามสถานที่ที่ต่างๆ และพอถึงโปรเจคสุดท้ายท้ายสุด เป็นโปรเจ็คกลุ่มละ 3 คน ที่สามารถที่จะคิดคอนเซ็ปได้เองตามใจชอบ กลุ่มผมก็ได้คิดไอเดียแปลกๆ ก็คือเลือกที่จะตระเวนถ่ายภาพตามสถานที่เร้นลับ ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความ***นๆ 


พวกผมก็ได้ตระเวนออกรถไปถ่ายหลาย ที่ อย่างสุสานโสเภณี และบ้านร้างแถวลาดพร้าว และแถวๆย่านเมืองทอง ตึกร้างผีสิงทั้งหลายในเมือง.. โดยคอนเซ็ปภาพที่พวกผมได้ถ่ายนั้น ก็จะเป็นการก้มถ่ายภาพ แบบลอดหว่างขาทุก ๆ ภาพ ภาพก็จะออกมาแปลก และแหวกแนว และดูเป็นความท้าทายความเชื่อ  ของแต่ละที่ที่พวกเราไป เราก็ไม่ได้ไปลบหลู่อะไร และมีการจุดธูปขอขมาทุก ๆ ครั้ง คาสิโนออนไลน์

หลังจากพวกผมตระเวนถ่ายรูปมาได้ อย่างพอสมควร ก็มาถึงเวลาที่จะต้องเข้าห้องมืดเพื่อทำการล้างรูป รูปก็ออกมาสวยดี และได้แบบที่ต้องการ.. แต่ผมก็มาสะดุดกับรูป ๆ หนึ่ง ที่เป็นรูปที่ถ่ายในตึกร้างผีสิงแห่งหนึ่ง ที่เค้าว่ากันว่ามีคนผูกคอตายอยู่ชั้น 4 ซึ่งในรูปก็ปรากฏมีเป็นเงาลาง ๆ เหมือนกับว่าเป็นช่วงของหน้าผาก กับตาของคน ที่ด้านล่างของรูป โดยรูปนี้ โอ เพื่อนของผมเป็นคนถ่าย และพวกผมทุกคนมั่นใจว่า ในระหว่างที่ถ่ายก็ไม่มีใครโผล่หน้าเข้าไปอย่างแน่นอน

หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ก็ได้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายมากขึ้น โอได้ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ในขณะขับรถกลับบ้านที่จังหวัดนครราชสีมา และทางหน่วยกู้ภัยก็ได้แจ้งว่า ในมือของผู้ตายได้ถือรูปถ่ายใบนั้นอยู่.... ซึ่งในตอนนั้น ผมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน ก็ขนลุกไปหมด เพราะว่าไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะความ***นของสิ่งนั้นรึเปล่า จนตอนนี้ ผมก็ยังไม่เคยได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง..

และภาพถ่ายสยองใบนั้น ผมได้ถ่ายรูปเอามาลงไว้ 



เรื่องหลอนประสบการณ์จริง ศพที่ริมคลอง


*ในเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่คุณอุ๊ได้เล่าให้ฟัง เรื่องเกิดขึ้น ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว.. ซึ่งบ้านคุณอุ๊ อยู่ที่เขตห้วยขวาง มีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว ก็คือบริเวณหลังบ้านนั้นจะเป็นระเบียงไม้ ที่ได้ยื่นลงไปในคลองลาดพร้าว ซึ่งบ้านนี้คุณอุ๊อาศัยอยู่กับคุณสามีมาเป็น10ปีแล้ว แล้วในตอนนี้สามีคุณอุ๊ก็ได้เสียไปแล้ว แต่ไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเลย.. จนมีอยู่ช่วงหนึ่ง คุณอุ๊ก็ป่วย เป็นไข้หวัดธรรมดา ได้ไปหาหมอ และได้ยามากิน ก็จะมียาตัวหนึ่งแก้หวัดที่ทำให้ง่วงนอนอยู่บ้าง ก็ทำให้ช่วงนั้นอุ๊ก็ต้องนอนพักผ่อนเยอะกว่าเก่า..*

ในคืนหนึ่งก็ ได้ฝันแปลก ว่ามีชายคนหนึ่งใส่เสื้อสีดำ สภาพก็คือเปียกน้ำโชกไปทั้งตัว และมายืนหน้าเตียง มองมาที่อุ๊ โดยที่ด้านหลังของชายคนนั้น เป็นนาฬิกา ที่ติดผนังซึ่งก็บอกเวลา ตี5 20นาที จากนั้นชายคนนั้นได้เดินไปทางหน้าต่าง แล้วหายไป  ในตอนนั้นอุ๊ก็ตกใจ แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา หัวใจเต้นรัวๆ เลย พอมองไปที่ผนังหน้าเตียง ก็ได้เห็นนาฬิกาเป็นเวลา 05:19 ก็ไม่ได้คิดอะไร จึงได้เดินไปเข้าห้องน้ำ


แต่พอเดินกลับมาจากห้องน้ำ อุ๊ก็ตกใจกลัวมาก เพราะว่าตรงพื้น ที่หน้าเตียงของอุ๊ มันมีน้ำเปียกอยู่เต็มไปหมด และที่นาฬิกาก็บอกเวลา 05:20 นาที เหมือนกับในฝันเมื่อกี้.. แล้วจากนั้นอุ๊ก็ออกจากบ้าน และโทรหาเพื่อนที่อยู่ข้างบ้าน โดยไม่เกรงใจเวลานอนกันเลย เพราะว่าในตอนนั้นกลัวสุด ๆ พอออกไปที่ระเบียงหลังบ้านที่อยู่ติดกับคลอง ในตอนนั้นอุ๊ก็ได้เอาไฟฉายมือถือไปส่องทั่วเลย และก็ไปสะดุดกับอะไรที่มีสีขาวๆ ในน้ำ ที่ลอยมาติดตรงที่บันไดระเบียง ที่จะลงไปในคลอง แต่พอมองดูใกล้ๆ คือเป็นชายใส่เสื้อสีดำ มีใบหน้า ที่ซีดขาว และก็บวมอืด.. อุ๊ถึงกลับกรี๊ดลั่น จนเพื่อนข้างบ้านก็มาพอดี และก็ได้โทรตามหน่วยกู้ภัย และคนเก็บขยะแถวนั้น ก็ได้มาช่วยกันนำศพขึ้นจากน้ำ

โดยตอนหลังมารู้ว่าชายคนนี้ ทำงานที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครนายก และได้หายตัวไปถึง 3 วันแล้ว ก่อนจะพบเป็นศพที่ลอยมาที่หลังบ้าน..




เรื่องหลอนประสบการณ์จริง  ปอกแอปเปิ้ลหน้ากระจก


เรื่องนี้ คือเรื่องที่ได้ส่งมาจากคุณโบว์ คุณโบว์ได้เล่าเรื่องราวว่า ในสมัยที่แกยังเรียนมหาวิทยาลัย ก็ถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ดูดี สวยเลยทีเดียว แต่เราก็ยังไม่เคยมีแฟนเลย หรือมีคนมาจีบ ก็อาจจะเป็นเพราะเรานั้นช่างเลือกก็ได้ ณ ตอนนั้น ซึ่งในวันนึงเราไปห้องสมุดกับเพื่อน ๆ อีกสอง คน เพื่อนเราคนหนึ่งได้ไปอ่านเจอเป็นความเชื่อที่แปลก ๆ ความเชื่อที่ว่า ที่ว่า ถ้าหากจุดเทียน และปอกเปลือกแอปเปิ้ล ตรงหน้ากระจกตอนเที่ยงคืน จะเห็นเนื้อคู่ ที่อยู่ในกระจก ซึ่งจะต้องไปปอกเปลือกแอปเปิ้ลแบบที่ไม่ให้ขาดเลย.. ฟังแล้วใครๆ ก็คงหัวเราะ และบอกให้เราลองกลับไปทำ เผื่อว่าจะได้รู้ว่าแฟนจะหน้าตาอย่างไร

ในใจเราก็คงไม่ค่อยเชื่ออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในคืนนั้นเราก็ได้ลองทำเล่น ๆ ดู โดยทำการจุดเทียนที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง และได้เตรียมมีดมาทำการปอกเปลือกแอปเปิ้ล แล้วพอนาฬิกาก็ได้บอกเป็นเวลาเที่ยงคืนเราก็ได้เริ่มปอกเปลือก โดยที่เรานั้นเป็นคนปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้อยู่แล้ว มันก็เลยไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งสำหรับเรา ที่เราจะทำการปอกเปลือกออกโดยทั้งหมดเพื่อที่ไม่ให้ขาด


เมื่อเราปอกเปลือกเสร็จแล้ว เราก็ได้เงยหน้ามองไปที่กระจก แต่สิ่งที่เห็นมัคือ...คือหน้าตัวเอง ไม่ได้มีอะไร ซึ่งเราก็คิดในใจ ก็มันเป็นแค่ความเชื่อ ก็มันจะเป็นไปได้อย่างไร แล้วเราก็เข้านอน

วันต่อมาเราก็ได้ตื่นขึ้นมา เพื่อที่จะอาบน้ำ แล้วเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย ตอนที่อาบน้ำ เราก็ได้สังเกตุเห็นที่ต้นแขนเรามีรอยเขียวช้ำ แต่ก็ไม่ได้เจ็บปวดอะไร ตอนนั้นยังไม่ได้เอะใจอะไร.. และในแต่ละวัน ทุก ๆ เช้า เราจะเห็นรอยเขียวช้ำขึ้นเพิ่มมากยิ่งขึ้น ตามบริเวณต้นขา ไหล่ คอ และที่หน้าอก กระทั่งเพื่อนได้ทักว่าทำไมช่วงนี้เราดูโทรมจัง เหมือนกับคนไม่ได้นอน?  เราก็เลยเล่าเรื่องรอยช้ำให้เพื่อนฟัง แต่ก็ไม่ให้บอกกับใคร จนเพื่อนเราเป็นห่วง และได้บอกว่าจะมานอนเป็นเพื่อนเราด้วย

ในคืนนั้น หมวยซึ่งเป็นเพื่อนเราก็ได้มานอนด้วยที่บ้าน หมวยยังแซวอยู่เลยว่ามีเทียนหน้ากระจกด้วย อย่าบอกนะว่า เทอ ปอกแอปเปิ้ล เราก็ไม่ได้ตอบอะไรไป ในเช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นขึ้นมา เราเห็นหมวยนั่งมองเรา มีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเลย ซึ่งคำแรกที่หมวยพูดก็คือ แกต้องไปวัดเดี๋ยวนี้!! เราก็ได้แต่ งง 

หมวยได้พาเราไปวัดใกล้ ๆ กับ มหาวิทยาลัย พร้อมขวัญเพื่อนอีกหนึ่งคน ที่หมวยโทรเรียกมา เมื่อพวกเราไปพบกับพระรูปหนึ่ง ท่านก็ได้ถามเราคำแรกเลยว่าไปทำอะไรมา ทำไมถึงมีวิญญาณผู้ชายเกาะหลังมาด้วย.. เราก็ตกใจมาก และตอนนั้นเพื่อนเราก็เล่าสิ่งที่เห็นเมื่อคืน ให้พระท่านฟังว่า.. เห็นเงาผู้ชายร่างใหญ่ ที่กำลังทำท่าร่วมรักกับเราอยู่.. เราก็ตกใจจนแทบช็อค!

ทุกๆวันนี้เราต้องเข้าวัดทุกอาทิตย์ เพื่อมาทำบุญให้ดวงวิญญาณ และ ทำพิธีการสะเดาะเคราะห์ หลังจากนั้น เราก็ไม่เคยเจอเรื่องน่ากลัวอย่างนั้นอีกเลย